ถึงตอนนี้ทุกคนคงรู้ดีกันอยู่แล้วว่าหุ่นยนต์สามารถทำงานแทนคนได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นงานสายการผลิตในโรงงาน, งานประชาสัมพันธ์และต้อนรับในโรงแรม แน่นอนว่ามีแม้กระทั่งหุ่นยนต์ปรุงอาหารในร้านอาหาร และ Flippy หุ่นยนต์นักทำเบอร์เกอร์ ผลงานการพัฒนาโดย Miso Robotics ก็คือหนึ่งในนั้น มันไม่ได้เป็นแค่หุ่นยนต์แขนกลธรรมดาที่ย่างเบอร์เกอร์ไปวันๆ มันมองเห็น คิดเป็น และถูกออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับคนได้

ในบรรดาหุ่นยนต์สารพัดประเภท หุ่นยนต์แบบแขนกลเป็นประเภทที่พบเจอได้บ่อยมากในสายการผลิตต่างๆ ของโรงงานอุตสาหกรรม ด้วยการเคลื่อนไหวที่แม่นยำ ทรงพลังด้วยแรงขับจากลมและไฟฟ้า ทำงานได้อย่างเที่ยงตรง ทำซ้ำได้เหมือนกันแทบไม่ผิดเพี้ยนเลยทุกรอบที่มันทำงาน มันจึงรับหน้าที่ทำงานแทนคนในหลายตำแหน่งที่ต้องขยับและเคลื่อนไหวซ้ำๆ

Flippy เองที่แม้จะเป็นหุ่นยนต์แบบแขนกลเช่นกัน หากแต่มันเองมีความสามารถพิเศษที่แตกต่างออกไป ในขณะที่หุ่นยนต์แขนกลที่ใช้กันโดยมากในสายการผลิตจะเคลื่อนไหวด้วยรูปแบบไม่กี่รูปแบบตามโปรแกรมที่ถูกตั้งเอาไว้ ด้วยเงื่อนจังหวะและสัญญาณที่เข้ามาจากเซ็นเซอร์ แต่ Flippy มีการทำงานที่ยืดหยุ่นมากกว่าเพราะมันมี “ดวงตา” วิเคราะห์ภาพที่มันมองเห็น

เป้าหมายของ Miso Robotics คือพัฒนา Flippy เพื่อรับบทบาทเป็นผู้ช่วยคนครัวเรื่องงานย่างเนื้อและส่วนประกอบอื่นๆ บนเตาเหล็กร้อน ด้วยกล้องถ่ายภาพที่ติดอยู่เหนือแขนกลทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์วิเคราะห์ภาพ Flippy จะรู้ได้ว่าสิ่งที่อยู่บนเตานั้นคืออะไร เนื้อเบอร์เกอร์, เนื้อไก่, ขนมปัง, หรือชีส? มันยังรู้ระดับความสุกของเนื้อได้จากการวิเคราะห์ภาพด้วย ทำให้มันสามารถกลับด้านเนื้อได้ในช่วงเวลาที่เหมาะสม และตักส่วนประกอบเบอร์เกอร์ออกจากเตา

Flippy ยังไม่สามารถเตรียมเบอร์เกอร์ได้ด้วยตนเองทุกขั้นตอน การนำวัตถุดิบขึ้นเตา, การจัดเรียงวัตถุุดิบซ้อนกันเป็นเบอร์เกอร์ รวมทั้งการปรุงรสต่างๆ ยังต้องอาศัยคนในการทำงาน แต่การที่มี Flippy ช่วยแบ่งเบางานหน้าเตา ก็น่าจะทำให้สามารถเพิ่มความเร็วในการทำงานโดยรวมได้

ล่าสุด Flippy ได้เริ่มงานจริงแล้วที่ร้าน CaliBurger ใน California แต่หลังเริ่มทำงานไม่นาน Miso Robotics ก็ตัดสินใจที่จะให้ Flippy พักงานชั่วคราวเพื่อรับการอัพเกรดเพิ่มเติม แม้ในการทำงานจริง Flippy จะยังไม่ดูฉลาดเหมือนในวิดีโอโปรโมตมันนัก การตักเบอร์เกอร์ใส่ถาดเตรียมยังดูขาดๆ เกินๆ อยู่บ้าง แต่ก็ต้องนับว่า Flippy เป็นหุ่นยนต์ที่ทำงานในครัวได้จริงแล้ว

ที่มา – The Verge


Source: Blognone

error: Content is protected !!
preloader